คุณน้ำผิ้ง ม.ล.สราลี กิติยากร คุณแม่ลูกสองกับบทบาทพิธีกรหญิงผู้บุกเบิกรายการประเภทท่องเที่ยวอย่าง “เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์” ให้ครอบครัวไทยหันมาสนใจการท่องเที่ยวในเมืองไทยเพิ่มขี้น
เมื่อครั้งที่ดิฉันเยือนจังหวัดน่านครั้งแรก ดิฉันรู้สึกหลงรักเมืองน่านทันทีที่เห็น เมืองนี้ดูกระทัดรัด สะอาดสะอ้าน หันไปทางไหนก็น่ามอง มีรถสามล้อถีบว่างผ่านหน้าเป็นระยะๆ ผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่ถ้าหากเดินทางไปไหนมาไหนมักจะใช้บริการรถสามล้อถีบ แหม! ดูจะเป็นเข้ากระแสการลดภาวะโลกร้อนและช่วยลดมลภาวะทางอากาศได้ด้วย การมาเที่ยวเมืองน่านทุกครั้งดิฉันจะแวะพักค้างคืนที่โรงแรมน่านฟ้า เป็นโรงแรมเก่าแก่มีอายุประมาณ 70 ปี สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง มองดูบรรยากาศด้านนอกอาจจะโบราณ แต่สวยงามโดดเด่นและสะดุดตามากเพราะรอบข้างจะเป็นตึกสร้างใหม่ที่มีโครงสร้างสูงได้ไม่เกิน 3-4 ชั้น เท่านั้น ส่วนบรรยากาศภายในโรงแรมไม่น่ากลัว อาจดูต่างจากโรงแรมทั่วไปคือแขกที่มาใช้บริการโรงแรมนี้ทุกคนจะต้องถอดรองเท้าไว้ที่ตู้เก็บรองเท้า แล้วเปลี่ยนเป็นใส่รองเท้าแตะที่โรงแรมจัดไว้ให้ก่อนขึ้นตัวตึกที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหมด ดิฉันว่าใครมาครั้งแรกคงต้องมีความรู้สึกเดียวกัน คือสังเกตพื้นไม้ของโรงแรมขัดจนเงาวับสะท้อนเห็นเงาของตัวเองเลยค่ะ ส่วนการตกแต่งห้องหับอาจจะดูธรรมดา แต่ทุกอย่างภายในห้องดูสะอาด สะดวกสบายไร้กังวล ที่สำคัญราคาไม่แพง หากเวลาจะไปเที่ยวที่ไหนก็มีสามล้อถีบจอดรออยู่หน้าโรงแรมเพียบ แถมแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งก็อยู่ไม่ไกลจากที่พักอีกด้วย ดิฉันเลยเหมาสามล้อถีบให้ไปเที่ยวทั้งวันราคาก็ประมาณ 200-300 บาท เห็นจะได้ นั่งรถชมวิวข้างทางไปเรื่อยๆไม่ต้องกลัวควันพิษจากท่อไอเสียมาบั่นทอนสุขภาพ เพราะรถยนต์ไม่ค่อยพลุกพล่านเหมือนที่อื่น การไปเที่ยวในตัวเมืองน่าน ดิฉันเริ่มต้นจากการนั่งสามล้อถึบไปเที่ยวที่วัดภูมินทร์ ที่สร้างโดยเจ้าภูมินทร์ผู้ครองนครน่านในอดีต วัดนี้สร้างแบบจตุรมุข คือมีมุขทั้ง 4 ด้าน ภายในประดิษฐานพระพุทธมหาโพอุดมเทพมินทร์ พระประธานมี 4 องค์ ด้วยกันตั้งอยู่ที่ฐานชุกชีมีเกสรดอกบ้วรองรับอยู่ องค์พระประธานจะหันพระปฤษฏางค์ชนกัน และหันพระพักตร์ออกทางประตูทั้งสี่ทิศ หรือที่เรียกกันว่ารจตุรทิศดูสวยงามมากคะ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายหลายอย่างภายในบริเวณวัด เช่น ธรรมมาตรเอก ที่ชาวเมืองน่าย เชื่อว่ามีพญานาค มาขดตัวอยู่ข้างในวัดนั้น มีภาพโบราณของปู่ม่านย่าม่านเป็นชายไทยใหญ่ ปู่ม่านจะมีลักษณะเด่นคือจะสักที่พูงถึงต้นขา เรียว่าสักลงดำ ส่วนที่ไหนมีสีแดงเป็นการสักเพิ่มเติมเรียกว่าสักขวาง ส่วนย่านจะสวมเอี๊ยมเกาะอกหนา 3-4 ชั้น นุ่งผ้าที่ทอขี้นเอง ที่ปลายติ่งหูจะใส่แผ่นทองแกะสลักวัน เดือน ปี เกิด แล้วม้วนใส่รูที่เจาะไว้ตั้งแต่เด็กๆใส่ไว้จนโตกลายเป็นการระเบิดหูทำให้รูหูใหญ่ขี้น แหม เหมือนกับแฟชั่นเจาะหูของวัยรุ่นบางกลุ่มที่นิยนกันในปัจจุบันนี้เลยนะคะ
ที่มา นิตยสาร Baby & Kid’s digest
ทัวร์ยุโรป